5 วิธีทำเงินออนไลน์ 2019 ที่ไม่เคยไม่ใครพูดถึง

Jul 25, 2019    67 view

Share :


Step 1 : เรียกร้องความสนใจ (Calling your attention) 

ถ้าผ่านข้อนี้ไปไม่ได้ตายอย่างเดียว!

คุณต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบัน Facebook เปิดบริการมานานกว่า 10 ปีแล้ว ใครที่บุกเบิกมาตั้งแต่ต้นกระแสจะเติบโตง่ายหน่อย แต่ปัจจุบันกลับตรงข้าม คนที่รอดต้องสตรองจริงๆ

เมื่อไม่นานมานี้เพลงได้ปรึกษากับพี่ Influencer ท่านหนึ่งที่มีคนกดไลค์เพจกว่าหลายแสนคน ต่างก็คิดเห็นตรงกันว่าหากใครที่เพิ่งเข้ามาตอนกระแสแรงแล้ว (2019) มีความจำเป็นต้องทะเยอทะยานมากกว่า 10 เท่า เพื่อที่จะทำให้เพจของตนเองนั้นสะกดใจคนดู ใครที่เพิ่งทำตอนนี้ถือว่าท้าทายมาก

ฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยทำให้คุณรอดชีวิตจากวิกฤตินี้ได้มีอยู่แค่วิธีเดียวคือ ‘การทำคอนเทนต์ (เนื้อหา) ส่งมอบคุณค่าแก่คนดู’ คิดคอนเซ็ปท์ให้ออกก่อนว่าสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอคืออะไร? และจะถ่ายทอดออกมาเป็นแบบไหน? แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วคุณต้องการเปิดท้ายขายสินค้าก็ตาม แต่จุดเริ่มต้นมันก็ต้องมาจากการมอบอะไรบางอย่างเพื่อทำให้เกิดคุณค่าแก่ผู้คนก่อนอยู่ดี 

‘คนทุกคนชอบการซื้อ แต่เกลียดการโดนขาย’ ดังนั้นคุณควรเริ่มจากการเป็นผู้ให้ที่ดีก่อนค่ะ

การเรียกร้องความ



1.1 “ทำตัวให้โดดเด่น” ดึงความแตกต่างในสไตล์คุณออกมา ให้หมด อย่าลืมนะคะว่าถ้าไม่แตกต่างและตอบโจทย์คุณแย่แน่ คุณจะนำเสนอสิ่งที่คุณอยากทำให้แตกต่างและโดดเด่นได้อย่างไร? ทบทวนจุดนี้ดู

[จงสร้างความโดดเด่นออกมาให้ตรงจุด]




1.2 “ทำไมคนต้องติดตามคุณ” หากใครยังคิดไม่ออกว่าจะนำเสนอความโดดเด่นออกมาอย่างไร ลองใช้การจัดระบบทางความคิดแบบ “ 3 ฉ” นี้ดูได้แก่...

ฉันทำด้วย = สิ่งที่คุณทำมีคนทำเยอะแล้ว
ฉันทำได้ดีกว่า = สิ่งที่คุณทำตอบโจทย์กว่าคนที่ทำเหมือนกัน
ฉันเท่านั้น = สิ่งที่คุณทำโดดเด่นชนะขาด

เช่น คุณทราบแน่ชัดแล้วว่าคุณต้องการเป็น “Life Coach ” แต่อีกด้านของปี 2019 นั้น Life Coach ปาเข้าไปตั้ง 999 ชีวิตแล้ว คุณเพิ่งเข้ามาใหม่เป็นชีวิตที่ 1,000 พอดี แล้วที่นี้จะทำไงให้กลุ่มเป้าหมายหันมาสนใจคุณได้?

ตรงนี้แหละคะที่เขาเรียกว่า ‘ธุรกิจฉันทำด้วย’
คนส่วนใหญ่มักกระโดดเข้ามาพร้อมกับคำว่า ‘ฉันทำด้วย’ ซะเยอะ น้อยคนนักที่ตีโจทย์แตก บางคนออกมาลุคซ้ำกับโค้ชคนอื่นๆ พูดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน ไม่ชวนติดตามต่อเลย สุดท้ายก็ล่มสลายไปในที่สุด

สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณขยับไปขั้นกว่าไม่ได้ มาจาก ‘คุณไม่ได้คิดวางแผนอย่างเป็นระบบ’ ตัวอย่างชัดเจนที่เพลงเคยเห็นเลยคือ...วันนี้คุณให้ความรู้เรื่องความรักคนหนุ่มสาว อีกวันให้ความรู้เรื่องการเติมไฟในการทำงานประจำ อีกวันให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงดูลูกไม่ให้ติดเกม แถมมีการโพสต์รูปออกกำลังกายจับฉ่ายไปหมด ตกลงแล้วคุณเป็นโค้ชสอนชีวิตด้านไหนคะ? ช่วยคนวัยทำงาน? สอนผู้ปกครองหลังมีบุตร? หรือโค้ชด้านความสัมพันธ์ของคนวัย 25-35 ปี?

ทำตรงนี้ให้ชัดก่อนค่ะ จัดคอนเซ็ปท์ใหม่ ใช้ระบบทางความคิดสร้างคอนเทนต์ไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าคุณยังไม่ชัดเจน ก็จะไม่มีใครชัดเจนกับคุณเล

Make sense?

ส่วนการจะปรับจาก ‘ธุรกิจฉันทำด้วย’ (ขั้นแรก) มาเป็น ‘ธุรกิจฉันทำได้ดีกว่า’ (ขั้นที่สอง) ได้อย่างไร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตีโจทย์ของคุณเท่านั้นค่ะ

[จงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส]




1.3 “คุณกำลังพูดอยู่กับใคร” เมื่อคุณกะเทาะคอนเซ็ปท์จาก ‘ฉันทำด้วย’ มาเป็น ‘ฉันทำได้ดีกว่า’ ได้แล้ว 

ต่อไปก็เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้แคบลง

การเลือกใช้ภาษา โทนสีที่ใช้นำเสนอ และการสื่ออารมณ์ผ่านคอนเทนต์มีผลต่อกลุ่มเป้าหมายคุณมาก เพราะถ้าคุณเข้าใจพวกเขาและสามารถนำเสนอจุดเจ็บในปัญหานั้นออกมาได้เฉียบคม แฟนๆคุณก็จะยิ่งเหนียวแน่นขึ้นมาก ไม่สำคัญว่าคนจะกดไลค์คุณมากน้อยแค่ไหน แต่ให้มั่นใจว่าทุกไลค์ที่คุณได้รับคือกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพโดยแท้จริง

[จงพยายามแก้ปัญหาเฉพาะทางให้แก่กลุ่มคนเฉพาะเจาะจง]




1.4 “เฉือนกันเน้นๆด้วยทักษะ” สูตรลับอีกสูตรหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงกันนั้นก็คือ ‘การใช้คำทำเงิน’ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Turn words to Money 

เอาให้เข้าใจง่ายก็คือสมมติว่าคุณเป็น Life Coach ด้านการปลุกพลังให้แก่ Single mom แทนที่คุณจะเขียน/พูดเปล่าๆในแบบที่คนอื่นเขาทำกันแบบแห้งๆตามนี้...

ตัวอย่างแรก : การเกริ่นนำเข้าสู่คอนเทนต์

“ทุกวันนี้คุณรู้สึกเหนื่อยมากเลยใช่ไหมคะ? กับการที่ต้องส่งหนี้เพียงลำพัง ต้องเสียสละทำงานอิสระเพิ่ม แล้วไหนจะต้องหาข้าวหาปลาให้ลูกกินหลังทำงาน วันๆหนึ่งแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย เครียดๆๆๆ ไม่มีใครให้กำลังใจคุณเอง วันนี้โค้ชมีวิธีช่วยคุณค่ะ...”

ปะทะ

ตัวอย่างที่สอง : การเกริ่นนำเข้าสู่คอนเทนต์

“วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันใช่ไหมคะ? ที่คุณต้องได้ยินเสียงคนเคาะประตูเพื่อมาตามทวงหนี้ถึงหน้าบ้านอีกเช่นเคย จนคุณและลูกๆแทบไม่มีความปลอดภัยในชีวิตเลย คุณในฐานะคนเป็นแม่ต้องทำทุกวิธีเพื่อนำเงินมาโปะหนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรคุณทำหมด เล็กน้อยไม่เคยเกี่ยง ขออย่างเดียวให้ลูกมีข้าวกินและมีที่ซุกหัวนอน แต่ในขณะเดียวกันด้วยพลังรักอันยิ่งใหญ่นี้กลับย้อนมาทำร้ายตัวคุณเอง จนทำให้คุณแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย โค้ชอยากจะบอกว่าโค้ชก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้วค่ะ และนี้คือ 3 วิธีง่ายๆที่ขอส่งมอบให้แก่คุณแม่คนเก่งอย่างคุณ...”

คุณคิดว่าแบบไหนสามารถสะท้อนอารมณ์ สื่อถึงหัวอกคนเป็นแม่ได้เฉียบคม และปลุกพลังได้ดีกว่ากันคะ? 

นี่แหละค่ะคือกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ร่วม นี้แหละค่ะคือทักษะ นี้แหละค่ะที่เขาเรียกว่า ‘การใช้คำทำเงิน’ Copywriting Skill

[จงใช้ทักษะแปลงเป็นผลลัพธ์ให้กินขาด]




1.5 “ขยายผลลัพธ์” เมื่อคุณขยับเป็น ‘ฉันทำได้ดีกว่า’ สำเร็จแล้ว ต่อจากนั้นลองวิเคราะห์ข้อมูลการบริการของคุณดูสิว่า คุณจะขยับมาเป็น ‘ธุรกิจฉันเท่านั้น’ ได้อย่างไร 

ตามจริงแล้วกว่าจะมาถึงข้อนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ เพราะต้องใช้ระยะเวลา ประสบการณ์ และการเชื่อมต่อกับผู้คนมากพอสมควร ส่วนใหญ่แล้วสื่อออนไลน์ที่โตไวได้นั้นเป็นเพราะเขาวางกลยุทธ์ทีมไว้ดีบวกกับได้รับเครดิตให้ร่วมงานกับคนสำเร็จมากมาย จึงทำให้ผลงานเขากลายเป็น Talk of the town ได้ยังไงล่ะคะ 

ยิ่งคุณดำเนินมาถึง ‘ฉันเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้’ มากเท่าไร ผลลัพธ์ของคุณก็จะยิ่ง Impact มากขึ้นเท่านั้น

[จงคิดให้ไกลไปอย่างสร้างสรรค์]




Step 2: สร้างแบรนด์ให้น่าจดจำ (Telling them with brand) ข้อนี้สำคัญมาก ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่ว้าววว อันดับแรกคุณเข้าใจหรือไหมว่า Personal branding คืออะไร? ถ้าไม่เข้าใจจำง่ายๆสั้นๆแบบนี้ค่ะว่ามันคือ “การสร้างตัวตนให้เป็นที่จดจำ” เล่าแบรนด์ผ่านบุคลิกคุณ หากตัวตนคุณถูกถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจนมากเท่าไร คนก็ยิ่งจดจำคุณได้มากเท่านั้น

ตัวอย่าง Personal Branding ที่เป็นขวัญใจของใครหลายคนๆ คงหนีไม่พ้นชายผู้หนึ่งที่ใส่เสื้อคอเต่าสีดำ พร้อมยีนขึ้นพูดบนเวทีได้อย่างสร้างสรรค์ ชัดถ้อยชัดคำ และแฝงไปด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง เต็มเปี่ยมในการถ่ายทอดนวัตกรรมระบบ iOS ให้แก่ชาวโลกได้ตกตะลึง เขาคือใคร? คุณรู้แล้วใช่ไหมคะ?

ถ้าช่วงแรกคุณยังมึนๆ ไม่รู้จริงๆว่า personal brand ของคุณจะเริ่มจากจุดไหน ลองเริ่มแบบนี้ก็ได้ค่ะ ลองสำรวจตัวเอง/ถามเพื่อนสนิทของคุณดูก่อนก็ได้ว่าปกติแล้วคุณมีนิสัย/บุคลิกเฉพาะตัวแบบใดให้ระบุ 3 คำ จุดแข็งคุณคืออะไร แล้วลองเอาจุดนั้นไปต่อยอดก่อน อย่าลืมนะคะว่าถ้าแบรนด์แกร่ง คุณอาจไม่ต้องออกแรงขายสินค้าเองให้เหนื่อยเลย 

[จงทำให้คนอยู่กับคุณตลอดไปในแบบที่คุณเป็น]




Step 3 : ขยายแพลตฟอร์ม ( Adding more value) ต่อไปคุณก็แค่เอาสื่อที่คุณลงจากที่หนึ่งไปลงอีกที่หนึ่ง เช่น คัดลอกคอนเทนต์จาก Facebook นำมาเพิ่มในช่อง youtube ตามด้วย IG ต่อด้วย Podcast ปิดท้ายลงทุนทำเว็บไซต์สักเว็บเพื่อเป็นบ้านเก็บทรัพย์สินของคุณ

หลังจากนั้นคุณก็ค่อยๆเริ่มพัฒนาสินค้าหรือบริการให้หลากหลาย เช่น จากที่คุณเขียนบทความลงบนสื่อออนไลน์เปล่าๆ คุณก็เอาบทความนั้นไปแปลงเป็น E-book Audio book หลักสูตรออนไลน์ หรือ membership course ง่ายๆ คือทำข้อมูลเพียงแหล่งเดียว แต่นำมาแปลงได้หลายผลิตภัณฑ

[จงกระจายผลงานให้กลายเป็นไวรัส]




Step 4 : นำเข้าความหลากหลาย (Getting new knowledge) การติดตามความคิดสร้างสรรค์จากสื่อต่างประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยทำให้ไอเดียของคุณ ‘เปิดโลกกว้าง’ ในแบบฉบับที่ ‘ไม่ซ้ำใคร’ ง่ายๆคือคุณต้องหมั่นศึกษาในการหาข้อมูลความรู้และพัฒนาตนเองอย่างไม่จบสิ้น เพื่อประโยชน์อันสูงสุดต่อคุณและแฟนๆยังไงล่ะค่ะ

[จงเดินหน้าอย่างเหนือชั้น ลงมือทำให้หลากหลาย]




Step 5: คิดต่างอย่างเป็นระบบ (Sparking your critical) เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจคิดว่าการจัดระเบียบทางความคิดควรอยู่ตั้งแต่ข้อแรกเลยไม่ใช่หรือ ทำไมเพิ่งโผล่มาข้อสุดท้าย? ต้องขอบอกเลยค่ะว่าคุณคิดถูกแล้ว แต่สาเหตุที่นำมาไว้ข้อสุดท้ายก็เพราะว่ามันสำคัญที่สุดและจำเป็นต้องนำไปประยุกต์ใช้กับทุกข้อ

ลำดับแรกคุณควรเข้าใจก่อนว่า ‘การสร้างสื่อออนไลน์’ คือ ‘การลงทุนระยะยาว’ ไม่ใช่แค่เปิดมาประเดี๋ยวประด๋าวแล้วจะขายได้เลย ถ้าจะเปรียบเทียบให้ง่ายขึ้น 

การเปิดสื่อออนไลน์ก็คือ ‘การเก็บเกี่ยวพืชผล’ คุณต้องเริ่มจากการถมที่ ซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูก รดน้ำพรวนดินสารพัดกว่าจะได้ผลผลิตขึ้นมาแต่ละรอบ เมื่อไร่ของคุณเริ่มออกดอกออกผล คนที่สัญจรไปมาก็อยากลองชิมพืชผลที่คุณปลูกไว้ หากพวกเขาชอบก็จะเกิดจากบอกต่อให้เพื่อนเขาเข้ามาลิ้มรสไร่ของคุณ 

เช่นเดียวกับการสร้างสื่อออนไลน์ขึ้นมาแหละค่ะ คุณจำเป็นต้องค่อยๆเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีคุณภาพ เพื่อเขียนลงแพลตฟอร์มของคุณไว้สักระยะหนึ่งก่อน เมื่อคุณรันไปเรื่อยๆ ผู้คนก็จะยิ่งซึมซับเนื้อหาของคุณมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเขาสนใจ เขาก็จะช่วยแชร์ให้ ยิ่งคอนเทนต์มีคุณภาพมากเท่าไร พลังในการปิดการขายแบบไม่ตื้อก็จะยิ่งมีมากเท่านั้น 

ฉะนั้นจุดนี้สำคัญค่ะ ถ้าคุณรู้หลักจับคอนเซ็ปท์ได้ก็จะส่งผลให้การเดินทางของคุณสนุกขึ้น สามารถลดความคาดหวังแบบไม่มีหลักการลงได้ นอกจากนี้ยังทำให้คุณมีความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย สบายใจกว่าเยอะ

[จงวางระบบบรรจบทุกอย่างเชื่อมโยงกัน]

ลำดับที่สอง สั้นๆง่ายๆค่ะ ‘ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง’ เหมือนคุณจะจีบใครสักคนหนึ่ง คุณจำเป็นต้องทำตัวให้คนที่คุณชอบประทับใจอย่างต่อเนื่อง คุณต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการทำความรู้จักเขา ชวนเขาออกไปกินข้าว สืบสาวว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร จนกระทั้งสามารถเปิดใจเขาได้ นี้แหละค่ะอนุภาคของการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จริงไหมคะ? 

[จงให้เวลาพัฒนาฝีมือ]




แล้วทั้งหมดนี้ก็คือ 5 วิธีทำเงินบนโลกออนไลน์ปี 2019 ที่ไม่เคยมีใครพูดถึงมาก่อน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณไม่มากก็น้อย แล้วพบกันครั้งหน้าค่ะ

ปล. คอนเทนต์นี้จะสำเร็จไปไม่ได้หากไม่มีครูคอยถ่ายทอดวิชาและเพื่อนร่วมทางที่สนับสนุนกันมาเสมอ Thank you Sifu Dan and all of my partners.I really appreciate everything you’ve done! 

Share :